แนะนำ ผ้าม่านแบบใหม่

ผลงานผ้าม่านมาใหม่
info@curtainandbeyond.com
+66 (0) 94 252 4539

Follow Us:

โทร +66 (0) 94 252 4539

เทคนิคการเลือกใช้ผ้าม่าน ที่จะเป็นประโยชน์ต่อการตัดสินซื้อผ้าม่าน

CURTAIN AND BEYOND l ออกแบบ ติดตั้ง ตกแต่งภายในราคาพิเศษ > บทความผ้าม่าน เทคนิคผ้าม่าน มูลี่ ฉากกั้นห้อง ตกแต่งบ้าน  > เทคนิคการเลือกใช้ผ้าม่าน ที่จะเป็นประโยชน์ต่อการตัดสินซื้อผ้าม่าน
เทคนิคการเลือกใช้ผ้าม่าน

เทคนิคการเลือกใช้ผ้าม่าน ที่จะเป็นประโยชน์ต่อการตัดสินซื้อผ้าม่าน

การเลือกผ้าม่าน ด้วยความเปลี่ยนแปลงตามสมัยนิยม

ความรู้ความเข้าใจ ต่างหลากหลาย ความชอบ สไตล์ของแต่ละคน สถานที่และความเหมาะสม การเลือกผ้าม่านอาจไม่มีกฏเกรณ์ตายตัวเสมอไป แต่มีแนวทางเป็นการแนะนำสำหรับผู้ที่ยังเริ่มต้นไม้ถูกผ้าม่านทุกวันนี้ อาจต่างจากเมื่อก่อน ทั้งในด้านของรูปแบบ และสีสัน สมัยก่อนคนส่วนใหญ่มักนิยมเลือกผ้าม่านที่มีโทนสีเข้มและสีสด เช่นสีแดง สีน้ำเงิน สีเขียว สีส้ม เหตุผลเพระกล้วผ้าซีดและเก่าเร็ว และเพื่อการใช้งานที่คุ้มค่า

ต้องกันแดด กันแสงได้ดี โดยเชื่อว่าสีเข็มจะทำให้ผ้าดูซีดน้อยกว่าผ้าสีอ่อนเมื่อใช้ไประยะเวลานานๆเนื้อผ้าต้องเป็นหนามากๆ  เชื่อว่าจะได้ความทนทาน อายุการใช้งานที่ยาวนานคุ้มค่าคุ้มราคากว่า นั้นคือความคิดและค่านิยมในอดีตที่ผ่านมา  ต่อมาแนวคิดนั้นเริ่มเปลี่ยน เนื่องจากในปัจจุบัน

คนส่วนใหญ่มีความเข้าใจในเรื่องของเนื้อผ้าและโทนสีมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องของสี ซึ่งสีนั้นมีอิทธิพล และมีผลต่ออารมย์ความรู้สึกของเรา  การเลือกผ้าม่านจึงมีความลงตัว มีสวยงามขึ้น ทำให้ได้ผ้าม่านที่มีความแตกต่างจากเมื่อก่อน ได้บรรยากาศ ได้อารมย์ ความรู้สึกที่ดีกว่าเดิม

 

วิธีเลือกผ้าม่าน

ให้เราเลือกผ้าม่านสีโทนเดียวกับห้องจะดีที่สุด ถ้าผนังสีขาว ก็ต้องดูว่าเฟอร์นิเจอร์หรือของตกแต่งห้องมีสีอะไรบ้าง ก็ให้เราเลือกโทนไกล้เคียง อาจอ่อนหรือเข้มกว่าบ้างนิดหน่อยก็ไม่เป็นไร

ขึ้นอยู่กับสีเฟอร์นิเจอร์เป็นหลัก ต้องลองเทียบสี วิธีการคือนำตัวอย่างผ้าม่านมาวางไกล้ๆ กับเฟอร์นิเจอร์เปรียบเทียบดูว่าสีไหนกลมกลืนที่สุด

ไม่จำเป็นต้องเป็นโทนเดียวกันอาจตัดกันก็ได้  แต่ดูแล้วต้องไปกันได้ กรณีเลือกผ้าม่านก่อนเฟอร์นิเจอร์ซึ่งยังไม่แน่ใจว่าเราจะสั่งเฟอร์นิเจอร์สีอะไร ก็ควรเลือกผ้าม่านสีที่เป็นกลางๆ สามารถเข้ากับสีอื่นได้หลายๆสี เช่น สีเบจ สีครีม น้ำตาลอ่อน วนิลา ออฟไวท์ เพราะเมื่อนำเฟอร์นิเจอร์เข้ามาภายหลังจะได้ไม่ขัดกัน เนื่องจากสีเหล่านี้สามารถเข้ากับสีอะไรก็ได้

 

การเลือกผ้าม่านในแต่ละห้อง

การเลือกผ้าม่านห้องรับแขก

ห้องรับแขกเป็นห้องที่ใช้งานบ่อยสำหรับทุกคนในบ้าน และเป็นห้องที่ต้องใช้ต้อนรับแขกหรือผู้มาติดต่อเยี่ยมเยือน การตกแต่งที่สวยงามลงตัว

เป็นการบ่งบอกถึงรสนิยมของเจ้าบ้านในการมีแนวคิดตกแต่ง ก็คงต้องเน้นให้มากเป็นพิเศษ เราสามารถเลือกผ้าม่านที่มีลายบ้างได้  และสีของผ้าม่านก็อาจเข้มขึ้นมาตามบรรยากาศสภาพแวดล้อมเช่นถ้าห้องที่กว้างและสูงโปร่ง มีการจัดวางเฟอร์เจอร์ไม่แน่นมาก ก็ไม่มีปัญหาสำหรับการใช้ผ้าม่านที่มีโทนสีเข้มหรือแบบที่มีลาย

แต่ถ้าห้องแคบโดยเฉพาะบ้านเดี่ยวหลังเล็ก หรือเทาว์เฮาส์ ก็ต้องดูที่ความเหมาะสม ลองจินนาการตอนที่ผ้าม่านเสร็จเรีบบร้อยว่าจะออกมาในลักษณะใดข้อสำคัญต้องไม่ลืมว่าผ้าม่านนั้นไม่ได้สวยอยู่ที่ลายผ้า ผ้าม่านจะสวยที่รูปแบบดังที่กล่าวมาข้างต้น นอกจากการเลือกใช้โทนสีที่เหมาะสมแล้ว สำหรับผ้าม่านหัองรับแขก เราก็อาจตกแต่งเพิ่มลายละเอียด ให้ดูสวยงาม มีสีสัน เด่น สดุดตา

โดยการเติมลูกเล่นให้กับผ้าม่าน อาจเพิ่มอุปกรณ์ตกแต่งเช่น ตะขอและสายรวบม่านที่มีให้เลือกในรูปแบบต่างๆ ภู่ ระบาย ชายครุย เกรียวเชือก หรือการตัดสีของผ้าที่เรียกว่าทูโทน เมื่อได้ผ้าม่านทึบนอกจากรูปแบบและสีผ้าม่านที่พอใจแล้ว จะให้ดีให้สวย ควรมีผ้าโปร่ง เพื่อให้ได้บรรยากาศของความนุ่มนวล สวยงาม

เพิ่มบรรยากาศให้น่าอยู่  ความสำคัญอีกอย่างของม่านโปร่ง คือช่วยบังสายตาจากคนภายนอก ในขณะที่เราเปิดม่านทึบเพื่อรับแสงกลางวัน  ผ้าโปร่งที่ใช้ควรเป็นสีขาวหรือออฟไวท์ เพราะถ้าใช้สีเข้มหรือสีเดียวกับตัวผ้าม่านจะดูไม่เหมาะ (สีออฟไวท์จะช่วยลดแสงทำให้เกิดความนุ่มนวลสบายตา ให้นึกสีของหลอดไฟ ระหว่างเดย์ไลท์ กับวอมไวท์)

 

การเลือกผ้าม่าน ห้องนอน

ก็เป็นอีกห้องที่ต้องให้ความสำคัญเช่นกัน เพราะผ้าม่านห้องนอนนอกจากการกันแสง ปิดบังสายตา รักษาความเป็นส่วนตัว ความสำคัญอีกอย่าง ผ้าม่านยังช่วยเสริมสร้างทำให้บรรยากาศโรแมนติก ทำให้คืนพักผ่อนมีคุณภาพ ปราศจากความวุ่นวายจากโลกภายนอก หลังจากที่เหน็จเหนื่อยจากการทำงาน

เราต้องใช้ห้องนอนเพื่อการฟื้นพลังที่ศูนย์เสียจากการทำงาน และต้องเตรียมตัวต่อสู่กับการทำงานในวันต่อไป ห้องนอนที่สวยงาม การตกแต่งที่ลงตัวมีส่วนช่วยทำให้การผักผ่อนมีคุณภาพมากขึ้น

การเลือกผ้าม่านสำหรับห้องนอน ซึ่งเป็นห้องส่วนตัว สามารถเลือกสไตล์บ้านของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการเลือกแบบผ้าม่านหรือเลือกสี ให้เลือกสีที่เราชอบเป็นอันดับแรก สีที่ถูกโฉลกกับเรา ด้วยห้องนอนถือเป็นห้องส่วนตัว สามารถสร้างความเป็นตัวและแสดงความเป็นตัวตนของเราได้อย่างเต็มที่ สามารถแต่งเติม

เสริมบรรยากาศตามจินนาการของเรา โทนสีหรือรูปแบบไม่มีข้อจำกัด ขึ้นอยู่ที่ความชอบ ชอบแบบไหนทำแบบนั้น อย่างที่เรียกว่าไลฟ์สไตล์  แต่ควรเป็นแนวสีที่ดู สดชื่น สดใส น่าสนใจ และผ่อนคลาย ไม่ควรใช้สีเข้มมากนัก สีทีควรใช้คือ สีเบจ ชมพู โอโรส ฟ้า ขาว น้ำตาลอ่อน หรือเหลืองอ่อนๆ

ควรคำนึกถึงสิ่งแวดล้อม เฟอร์นิเจอร์ ผนังห้องหรือส่วนประกอบอย่างอื่น เช่น ชุดเครื่องนอน ผ้าคลุมต่างๆ และที่สำคัญถ้าให้เป็นส่วนตัวมากขึ้น ควรใช้ผ้ากันแสงอีกชั้นหนึ่งที่เรียกว่าแบล็กเอาท์

ใช้กันแสงและสะท้อนความร้อนที่เข้ามารบกวนขณะพักผ่อน หรือไม่ก็ใช้ม่านพับ,ม่านม้วน ก็สามารถกันแสงก็ได้เช่นกัน  วัสดุบางตัวสามารถกันแสงได้ถึง 100 % และม่านทั้งสองอย่างนี้ สามารถซ่อนเข้าไปภายในผ้าม่านหลักได้โดยไม่กินพื้นที่ เปิดปิดได้ง่าย สะดวกในการใช้งาน

 

การเลือกผ้าม่าน ห้องนั่งเล่น

อาจใช้สีโทนสดใส เช่น วนิลา ฟ้า โอโรส ก็ได้ แต่ต้องดู้ความเหมาะสมด้วยว่า ถ้าใช้สีต่างกันกับห้องอื่นมาก เมื่อมองดูจากภายนอกบ้านอาจดูไม่เหมาะเนื่องจากความแตกต่างสีผ้าม่าน อาจเป็นสาเหตุทำให้ภาพรวมของบ้าน เมื่อมองจากภายนอกความสวยงามของบ้านอาจลดลง

เพราะผ้าม่านนอกจากโชว์ภายในแล้วเมื่อมองจากภายนอกก็ต้องดูดีเข้ากันและไปกันได้ด้วย แต่ถ้าจะใช้สีต่างกันก็ต้องดูว่าห้องนั้นอยู่ส่วนไหนของบ้าน ถ้ามองไม่เห็นจากหน้าบ้าน ก็ไม่น่ามีปัญหา สามารถทำได้เช่นกัน

 

การเลือกผ้าม่าน ห้องหนังสือ

ห้องทำงาน ควรเป็นผ้าพื้นสีเท่านั้น แต่ถ้าจะมีลายก็ขอให้เป็นลายผ้าที่เล็กๆ ไม่เด่นสุดตา สีของผ้าก็ควรให้เข้ากับสีภายใน ส่วนรูปแบบก็ให้เป็นแบบที่เรียบง่ายมากที่สุด

เช่นผ้าม่านจีบ ผ้าม่านพับ หรือม่านตาไก่  เพราะบรรยากาศห้องดังกล่าวเป็นห้องที่ต้องการใช้ความสงบเพื่อความคิดหรือสมาธิในการอ่านหนังสือหรือทำงาน หรือถ้าไม่เป็นผ้าม่านอาจใช้เป็นมู่ลี่ หรือม่านปรับแสงก็ได้

ทั้งสองอย่างมีแบบและวัสดุให้เลือกหลายอย่าง ทั้งไม้ อลูมิเนียม พลาสติก ผ้าสังเคราะห์ โดยมีโทนสีต่างๆให้เลือกเพื่อให้เข้ากับผ้าม่านในห้องอื่นๆได้เช่นกัน เหตุผลที่ต้องเป็นม่านปรับแสงหรือมู่ลี่เนื่องจาก ทั้งม่านสองอย่างนี้คุณลักษณะคือตัวใบหรือตัววัสดุจะเป็นแนวนอนและแนวตั้งเท่านั้น ซึ่งจะทำให้ดูราบเรียบ

ไม่มีความดึงดูดความสนใจ ตรงนี้จะทำให้อารมย์ความรู้สึกจะสงบ ไม่กระทบในการอ่านหนังสือและการการใช้ความคิด และสะดวกเมื่อต้องการเพิ่มหรือ ลดแสง โดยสามารถปรับแสง เมื่อต้องการลดหรือเพิ่มแสงได้

 

การเลือกผ้าม่าน ห้องอาหาร

สามารถใช้สีที่สดได้ เช่นสีส้ม สีเขียว สีเหลือง หรือสีที่เราชอบ แต่อย่างไรก็ควรให้เข้ากับสิ่งของหรือเฟอร์นิเจอร์ หรืออย่างน้อยให้ออกโทนใกล้เคียงกันกับภายในห้อง

เพื่อไม่ให้ผ้าม่านฉีกออกมามากนัก การใช้สีสดในห้องอาหารโดยเฉพาะสีส้ม  สามารถดึงดูดความสนใจ เป็นการกระตุ้นอารมย์  ทำให้เราเพลิดเพลินในการรับประทานอาหาร

 

การเลือกผ้าม่าน ห้องครัว

ควรทำเป็นม่านโปร่ง หรือผ้าโปร่งแสง ด้วยห้องครัวเป็นหัองที่ต้องการแสงสว่างและความปลอดโปร่ง อีกทั้งเพื่อการระบายอากาศที่ดี รูปแบบควรใช้เป็นผ้าม่านโปร่ง รางแป๊บกลมเล็ก

ติดตั้งเปิดบังส่วนที่จำเป็น อาจทำแค่ครึ่งหน้าต่างลงมา แต่ต้องไม่ไกล้ความร้อนจากเตา  ไม่ควรใช้มู่ลี่ทั้งไม้และอลูมิเนียม เพราะว่าเมื่อมีไอระเหยจากการปรุงอาหาร

โดยเฉพาะไอน้ำมัน จะจับและสะสม จะยากต่อการทำความสะอาด แนะนำให้เลือกผ้าม่านโปร่งรางแป๊ป เพราะผ้าม่านโปรงรางแป๊บ สามารถถอดทำความสะอาดได้ง่ายกว่า สะดวกกว่า ไม่ยุ่งยาก ปิดบังสายตาได้ อากาศถ่ายเทได้ดี

ร้านผ้าม่าน โดย Curtainandbeyond Group เป็นบริษัทผ้าม่านที่มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี ยินดีให้รับคำปรึกษาเกี่ยวกับแบบผ้าม่านเช่น ม่านม้วน, ม่านจีบ, ม่านแป๊ป, ม่านตาไก่, ม่านพับ, ม่านหลุยส์, ม่านปรับแสง, ฉากกั้นห้อง, วอลเปเปอร์ ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าได้ทุกรูปแบบและยังมีบริการรับติดตั้งผ้าม่านด้วยทีมงานที่มีประสบการณ์ได้ทำงานอย่างถูกต้องและได้ประสิทธิภาพรวมผ้าม่านหลากหลายสไตล์ สามารถสั่งทำผ้าม่านได้ตามความต้องการเหมาะสมกับการใช้งานเกี่ยวกับเราและยังรับตกแต่งภายในให้บ้านของของคุณอย่างครบวงจร